วาบิซาบิ เซนได ตอนสอง

posted on 24 Oct 2009 10:02 by neumegami
มาช้าไปหนึ่งอาทิตย์เลย แหะๆ แต่ก็อยากเล่าสู่กันฟัง
 
ตอนนี้ฮิโรซังก็ยังอยู่ที่เซนไดค่ะ มาสัมผัสวิถีชีวิตของท่าน ดาเตะ มาซามุเนะ กัน

ซุยโฮเดน เป็นสุสานของท่าน ที่ดูภายนอกจะเหมือนศาลเจ้า มีมังกรน้ำไหลจากปาก ต้องล้างมือก่อนเข้าไป
แล้วก็ดื่มน้ำนั้นด้วย (ห้ะ) เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจ
เป็นสถานที่ที่ท่านมาซามุเนะเลือกเอง ได้ยินเสียงนกร้องด้วย สวยงามจนเปรียบว่าเหมือนกับ นิโกะ
แห่งตะวันออก
 
(นอกเรื่องนี้ด มีเรื่องแปลที่เค้า พรรณาซุยโฮเดนนี้ไว้ได้ดีมากๆค่ะ อยากให้ลองไปอ่านกัน อยู่ในเรื่องนี้
 

(เรื่องแปล)mirage of blaze(yaoi) 

ผู้แต่ง : erascal   ตอนที่ไปซุยโฮเดนนี้จะอยู่ใน
บทที่ 5 เคียวกะมิเนะ ( http://writer.dek-d.com/dek-d/story/viewlongc.php?id=159569&chapter=37 )
มาซะในเรื่องพาทาคายะไปเดินเล่นและคุยกันที่ซุยโฮเดน มีโคจูโร่ตามไปเฝ้าด้วยค่ะ
กรี้ดมากมาย คือแบบว่าขนาดในเรื่องอื่น คู่นี้นี่ก็ยังโด่งดังเป็นเรื่องปกติเลยใช่มั้ยยย 
ตัดตอนมานิดนึงให้น้ำลายไหลเล่น
 
"...  นายบ่าวที่ออกเดินนำไปก่อนขณะสนทนากันอย่างไม่เป็นแก่นสาร ขณะโคจูโร่
กล่าวล้อเลียนวาจาของมาซามุเนะอย่างนุ่มนวล ในแต่ละคำพูดก็เป็นกันเองใส่ใจให้ความ
เคารพและความสนิทสนมต่อมาซามุเนะ สายตาที่ผสมผสานระหว่างความรักและความเข้มงวด ..."
 
OMG!!! sugoii moe!!! 
ขอบคุณคุณ erascalมากมายที่แปลมาให้ได้อ่านกัน) 
 
 
กลับเข้าเรื่อง 
 
เรื่องความอลังการก็ไม่ต้องพูดถึงค่ะ ตกแต่งด้วยสิ่งที่สวยงามที่สุดของยุคนั้น ข้ามประตูเข้าไปก็จะ
เปรียบเป็นสวรรค์ โลกหน้า กับโลกนี้
ฮิโรซังจุดธูปก่อนเข้าำไปยังที่ฟังศพ ที่ลึกลงไปสามเมตร ความจริงซุยโฮเดนของจริงถูกทำลายไปแล้ว
เมื่อสามสิบปีก่อน เพราะสงครามโลกครัง้ที่สอง ถูกสร้างขึ้นมาใหม่
และสถานที่ฟังศพก็จะเปิดให้ดูแค่หนึ่งวันในหนึ่งปี (เปิดให้ดูวันที่เสียมั้ง )
คามอน ตราประจำตระกูลดาเตะ นกสองตัวล้อมรอบด้วยไม้ไผ่
 
 

ใกล้ๆกับที่นั้นมี คันซังเด็น มีที่ตั้งของสุสานของลูกชายท่าน มีเสาหินมากมาย
เป็นสุสานของคนในตระกูลทั้งหมด และมีซากุระผลิบานสวยงามมาก ยิ่งใหญ่จริงแหะตระกูลนี้
ถือเป็นสมบัติของชาติเลยก็ว่าได้
 
เดินทางด้วยรถบัสของเซนได ผู้ใหญ่สองร้อยห้าสิบเยน รถหน้าตาคลาสสิกมาก
เหมือนของซานฟรานเลยอ่ะ ผู้หญิงขับรถแหะ ขับไปก็เป็นไกด์ไปด้วย
  
 
แล้วก็มาร้านเบโกะมาซามุเนะ (หัวมาซะ) ชื่อดังในด้านลิ้นวัวย่าง โทโระ ลิ้นวัวหนึ่งตัวได้แค่ร้อยกรัม
มีเมนูหลากหลาย ทั้งซูชิลิ้นวัว ซาชิมิลิ้นวัว(ลิ้นวัวสด) และลิ้นวัวย่าง เหยอ ดูฮิโระซังลังเลที่จะกินมาก กร้าก
 
 
เฮ้อ คนญี่ปุ่นทำไมชอบกินของสดกันน้า ฮิโรซังบอกว่าอร่อยค่ะ 
 

 
แล้วเค้าก็บรรยายว่ามาซะน่ะเป็นตัวแทนของ...
 
 
 
 
ความเท่ (อืมๆ เข้าใจๆ)
 
ความกล้าหาญ (อื้มม นั่นสิ แน่นอนแหละ)
 
 และ 
ความเริ่ด  (ห้ะ  เอ่อ รายการเค้าใช้คำนี้จริงๆนะ)
 

 
 เริ่ดแค่ไหนเหรอ เริ่ดถึงขั้นว่าทำให้เกิดศัพท์ใหม่ในญี่ปุ่น เพราะท่านเล่นทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งนึงท่านกับกองทัพเล่นใส่ชุดเริ่ดไปออกรบ รบจบเรื่องไม่จบ เลยเกิดเป็นตำนานเล่าขานมาจนทุกวันนี้
(เอ่อนะ แค่ท่านั่งขี่ม้าท่านก็เริ่ดไม่มีใครเกินละ)
เอ้อ อยากเห็นจริงๆว่าชุดออกรบเริ่ด เท่นี่มันยังไง คงจะเจ๋งจริง แต่ทำไมเรารู้สึกฮาเหลือเกิน
ไปค้นดูก็เจอจริงแหะ
นี่เลยค่ัะชื่อตระกูลได้ไปเป็นคำคุณศัพท์เลย 
 
伊達【だて】 (adj-na,n) dandyism; vainglorious; showy; gallantry; (P).
 
คำแปล (บางคำนี่เกิดมายังไม่เคยพบเคยเห็น) 
dandy (3) - ADJ - (ผู้ชาย) ซึ่งสำรวย  ,ดีเยี่ยม (คำไม่เป็นทางการ) 
vainglory - N - ความทะนงตัว 
showy (1) - ADJ - น่าประทับใจ  ,โอ้อวด 
gallantry - N - ความกล้าหาญ
chivalrous - ADJ - ที่ให้เกียรติสตรี ,ราวกับอัศวิน
flashy - ADJ - ฉูดฉาด
fashionable - ADJ - ทันสมัย 
 
ตัวอย่างการใช้
 
伊達眼鏡【だてめがね】 (n) glasses for show; fashionable eyeglasses worn 
for appearance's sake.
伊達姿【だてすがた】 (n) flashy appearance.
伊達衆【だてしゅう】 (n) dandy; gallant; chivalrous person.
伊達女【だておんな】 (n) flapper.
伊達男【だておとこ】 (n) dandy; dude.
伊達着【だてぎ】 (n) showy clothes.
 
 โอ้ว ว้าววว อยากเห็นจริงๆ ท่านไปแต่งชุดอีท่าไหนถึงได้กลายเป็นตำนานขนาดนี้ 555
 
 เพราะเป็นตัวแทนของความเท่ความกล้าหาญเป็นลูกผู้ชาย คือแบบว่าถึงจะมีตาข้างเดียวแต่ก็เป็นลูกผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะงั้น ในวันเด็กผู้ชายของญี่ปุ่นเค้าก็เลยเอา หมวกเกราะมาเป็นสัญลักษณ์เฉลิมฉลอง
 
ตระกูลดาเตะมีถึงรุ่นที่สิบแปดแล้ว ฮิโรซังเป็นคนนอกตระกูลคนแรกที่ได้ใส่ชุดเกราะของท่าน  
ชุดเกราะดาร์กเวเดอร์ดีๆนี่เอง จันทร์ครึ่งเสี้ยวแสดงถึงตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ มุมขวาสั้นกว่ามุมซ้ายเพราะเวลาตวัดดาบจะได้ไม่ไปโดน เอ่อเนอะ ถ้าปัดไปโดนตอนรบนี่ท่าจะฮาไม่ออก
 
   

ปราสาทอาโอบะโจ อยู่บนภูเขาสูง เห็นเมืองเซนไดโดยรอบ มาซะท่านเป็นที่นับถือของชาวเมืองเพราะความเอาใจใส่ประชาชนชาวเมืองของท่าน 
 
มัตสึชิมะ ศาลเจ้าโกไดโด สร้างโดยมาซะ สะพานต้องเดินเป็นเส้นตรง ไม่งั้นตกทะเลแน่ๆ เป็นที่ๆวิวสวยมาก

ชุดเกราะเห็นแล้วหนักแทน สงสารฮิโระซัง แต่แหมจันทร์เสี้ยวนั่นสะท้อนแสงได้ใจมาก 
 
มุฮิ เรื่องประวิติศาสตร์นี่สนุกจริงๆค่ะ ฮ่าๆ เพื่อนยังเคยบอกเลยว่าประวิติศาสตร์ประเทศอื่นน่าสนใจกว่าประเทศตัวเองเสมอ (อ้าวซ้างั้น) 
เปิดเทอมแล้วสิน้า ไม่อยากเปิดเลยค่ะ 
ปล. ผลสอบtoefl ออกแล้วค่าาา ได้ 100 เต็ม120 แหะๆ ดีใจ แต่ว่าpart speaking คะเเนนห่วยมาก ได้18 เอง LOL
 
pictures credit: 
 
http://photoguide.jp/pix/thumbnails.php?album=769
http://www.hal.t.u-tokyo.ac.jp/~dtan/tsaj/saiyai/3rdIssue/Themecontents/Sendai/Mainpage/mainFrame01.htm 
  

วาบิซาบิ ไป sendai!!

posted on 12 Oct 2009 17:50 by neumegami

วาบิซาบิ สี่ทุ่มครึ่ง วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม เพิ่งไปเซนไดมาค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไอ้เราก็นั่งดูไป กรี้ดไปจนแม่กับน้องที่กะลังดูวู้ดดี้ถามว่าเป็นอะไรมากรึเปล่า

xD

ตอนนี้เค้าพาไปพิพิทธภัณฑ์ ดาเตะ มาซามุเนะ แล้วเค้าก็พาเดินชมเล่าให้ฟัง
บอกด้วยว่า คนญี่ปุ่นไม่มีใครไม่รู้จัก ซามูไรคนนี้ ถึงขั้นบอกด้วยว่า ถ้ามาซามุเนะเกิดเร็วกว่านี้อีกนิด จะได้เป็นคนที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในญี่ปุ่นไปแล้ว ก็เคยอ่านเจอมาเหมือนกันนะว่า มีคนวางแผนเตรียมให้ท่านเป็นโชกุนแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าตอนนั้นก็ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ก็เลิกล้มไป

มาซามุเนะแต่งบทกลอน ให้เหล่าไดเมียวที่มาชมซากุระได้ฟังด้วย แสดงว่าเป็นคนที่เก่งทั้งเรื่องบู๊ และ เรื่องอะไรอย่างนี้ (เอ้อ ไม่เก่งได้ไงละค่ะ เขียนจดหมายรักเก่งซะขนาดนั้น)

เค้าบอกด้วยว่า ดวงดาว(บนพัดที่ใช้ชี้นำกองทัพ ในการรบ) พระจันทร์ (บนหมวก) กับพระอาทิตย์ (ตรงไหนหว่า)เป็นสิ่งที่คอยปกป้องเขา


มาถึงสมุดเซ็นเยี่ยม ก่อนฮิโร่ซังจะเซ็น มีคนวาดรูปมาซามุเนะไว้ด้วยคร้าาา เหมือนในเกมเปี้ยบ ฮามาก คิดไว้ไม่ผิดเลยว่าช่วงนี้พิพิทธภัณฑ์คงจะบูมมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะอิทธิพลของเหล่าแฟนๆ (โดยเฉพาะสาวๆฟุโตชิ) ต้องยกประโยชน์ให้แคปคอมไปเต็มๆ

ฮิโร่ซังพาไปห้องดื่มชาของมาซามุเนะด้วย สวยมาก อยู่บนเขา เพราะงั้นจะเห็นวิว แล้วก็หมู่เกาะของมัตสึชิมะด้วย ห้องดื่มชาเป็นสีทองใช้เป็นห้องรับแขก มองออกไปเห็นเป็นทะเล เป็นห้องที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิให้มา แล้วมาซามุเนะก็ขนลงเรือมาตั้งที่นี่ เป็นห้องรับแขกที่หรูที่สุดในยุคนั้นแหล่ว   ฮิโร่ซังไปลองนั่ง  กินซาละเปาแล้วติดคอ ซะงั้น กร้ากกก



 

 

มีเรื่องเล่าด้วยว่า มาซามุเนะใช้เวลาทั้งคืนนั่งชมจันทร์ที่ห้องนั้นยันเช้า   เอ้ อยากจะถามจริงๆว่า มีใครชมเป็นเพื่อนรึเปล่าคะ

มัตสึโอะ บาโช ก็มาเมืองมัตสึชิมาด้วย


วัด zuiganji วัดประจำตระกูลของดาเตะ วัดนิกายเซน มีสุสานประจำตระกูลดาเตะ  สร้างขึ้นในปี 1604 วัดใหญ่มาก ห้องหลักเขียนภาพทั้งสี่ฤดู พื้นไม้ของวัดหนามาก เพื่อไม่ให้ดาบทะลุ ป้องกันการลอบทำร้าย
ห้องที่ให้คนสำคัญอยู่ ก็จะมีซามูไรอยู่หลังผนังห้อง มีอะไรจะได้บุกเข้ามาช่วยได้  มีห้องสำหรับหมอด้วย   



ตอนที่ขุดกระโหลกขึ้นมา ก็มีการสร้างใบหน้าจำลองของท่านไว้ด้วย แต่เป็นใบหน้าตอนแก่แล้ว อืม มีเค้าหน้าของความหล่อ เพราะจมูกโด่งมากก
ดังนั้น ด้วยความอยากเห็น แบบว่าไม่ไหวแล้ว เราจึงได้ไปเสาะหาทำมาจนได้

ถ้านี่คือหน้าตอนแก่แล้วล่ะก็...

 

 

นี่ก็คือใบหน้าของท่านมาซามุเนะยามหนุ่ม หรือตอนเด็กๆนะเอง(อย่างน้อยก็ใน เทนชิจิน ล่ะว้า)

 

 

Ryuhei Matsuda : Masamune Date

อุหุหุ ริวเฮซังงงงง

อาทิตย์หน้า วาบิซาบิก็ยังอยู่ในเซนไดค่ะ อย่าลืมดูกันน้าาา ท่าทางจะพาไป suihoden แหละ

4 ทุ่มครึ่ง ทีวีไทย วันอาทิตย์